ข่าวประชาสัมพันธ์ นักศึกษา ป.ตรี

-- หลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สาขาสุขภาพชุมชน และ สาขาการจัดการการเกษตรยั่งยืน เรียน 3 ปี จบ รับผู้จบ ม.6 ทุกสาขา ไม่จำกัดอายุ 60ปี ก็เรียนได้ ผู้ที่ยังไม่จบ ม.6 สามารถลงทะเบียนเรียนได้ สองรายวิชา

-- หลักสูตร ป.ตรี -- หลักสูตรแบบบูรณาการ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม จิตใจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง หลักสูตรสำหรับผู้ใหญ่ แห่งเดียวของไทย ไม่เรียนแบบท่องหนังสือไปสอบ

--- ผู้ที่สนใจเรียนกับ ม.ชีวิต สามารถแจ้งความจำนงเพื่อจะสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ปี 2558 ที่ศูนย์ขอนแก่น โทร.087-823-3149 ทั้ง ป.ตรี และ ป.โท

---------------------------------

ข่าวประชาสัมพันธ์ นักศึกษา ป.โท

-- หลักสูตร ป.โท -- หลักสูตรที่ให้คิดแบบเชิงระบบ (System Thinking) ขับเคลื่อนทั้งองคาพยพ (Organism) สร้างนักยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน (Sustainable)

------ต้องการเรียน ป.โท ที่ จ.มหาสารคาม โทร.082-315-3500

-- ผู้สนใจศึกษาต่อ สามารถแจ้งความจำนงไว้ได้โดยกรอก ชื่อ-สกุล, อีเมล์, เบอร์โทรศัพท์ ที่ช่องส่งเมล์ ด้านขวามือ



- จ.ขอนแก่น เปิดศูนย์ที่ อ.เมือง,เขาสวนกวาง,กระนวน,ภูเวียง,ภูผาม่าน เท่านั้น จังหวัดใกล้เคียงได้แก่ มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, สกลนคร, นครราชสีมา, ชัยภูมิ-อ.คอนสาร เท่านั้น ที่อื่นนอกจากนี้ไม่ใช่ศูนย์ของ ม.ชีวิต ดูข้อมูลเพิ่มเติมของสำนักงานใหญ่ และหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์อื่นทั่วประเทศได้ที่แถบด้านขวามมือ


เพลงนิทานแผ่นดิน
ศ.นพ.ประเวศ วะสี แนะนำ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

facebook

facebook
คลิ๊ก: ข่าวสารและภาพกิจกรรม ป.โท ขอนแก่น-ชัยภูมิ

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

น้ำตกตาดฟ้า ภูเวียง


เที่ยวขอนแก่น แวะเล่นน้ำเย็นๆที่ น้ำตกตาดฟ้า

หากมีโอกาสมาเที่ยวขอนแก่นในช่วงหน้าร้อน และไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดี น้ำตกตาดฟ้าก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่คุณควรให้ความสนใจได้เช่นกัน

ด้วยการเดินทางที่ค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะตัวน้ำตกนั้นอยู่ใกล้เมือง ไม่เหมือนน้ำตกอื่นๆที่ค่อนข้างเดินทางไปมาลำบากพอสมควร

ในช่วงหน้าร้อนโดยเฉพาะวันสงกรานต์ ที่น้ำตกตาดฟ้าจะมีความคึกคักเป็นพิเศษ เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากจะมาเล่นน้ำที่น้ำตกแห่งนี้

น้ำตกตาดฟ้า ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ อำเภอเวียงเก่า (อำเภอที่แยกออกจาก อ.ภูเวียง) จังหวัดขอนแก่น อยู่ห่างจากทุ่งใหญ่เสาอารามประมาณ 5 กิโลเมตร และห่างจากบ้านโคกสูงประมาณ 10 กิโลเมตร

โดยน้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดกลางอยู่ทางทิศเหนือของเทือกเขาภูเวียง มีเส้นทางเดินเท้าขึ้นเขาระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร จากด่านตรวจโคกสูง มีความสูงประมาณ 15 เมตร

นอกจากนั้นบริเวณรอบๆน้ำตกยังเต็มไปด้วยสภาพป่าเป็นป่าดิบที่อุดมสมบูรณ์ ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดสถานที่กางเต็นท์ไว้ให้สำหรับผู้ประสงค์จะพักแรม





-----travel.thaiza.com



โครงการเยาวชนงดเหล้า ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ของนักศึกษา ม.ชีวิต นครขอนแก่น ซึ่งได้รับทุนสนันสนุนจาก เทศบาลตำบลสำราญ เป็นโครงการที่สามของนักศึกษา ม.ชีวิต ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น



วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

การเลี้ยงกบในขวดพลาสติก



การเลี้ยงกบในขวดน้ำพลาสติกเป็นการประยุกต์การเลี้ยงกบให้เข้ากับสภาพพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดและเป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นการจัดการที่ง่ายและสะดวก

การเลี้ยงกบในขวดพลาสติก
วัสดุ-อุปกรณ์
1.ขวดน้ำพลาสติก 1.25 ลิตร ขึ้นไป แบบกลมหรือเหลี่ยมก็ได้
2.ชั้นวาง
3.ลูกกบ ( หลักการเลือกซื้อลูกกบ )
4.อาหารกบแท้ หรืออาหารปลาดุก

วิธีการเลี้ยง
1. ให้เรานำขวดพลาสติกมาเจาะรูขนาดเล็กไว้ประมาณสัก 2 รู เพื่อที่จะเป็นที่ช่องสำหรับใส่อาหาร แล้วให้ใส่น้ำเข้าไปในขวดเพียงเล็กน้อยไม่ต้องเต็มขวด
2. หลักจากนั้นก็ให้นำลูกกบใส่เข้าไปในขวด โดยจะใส่ขวดละ 1 – 2 ตัว แล้วปิดฝาให้แน่น
3. นำขวดไปตั้งไว้ที่ชั้นวางเป็นชั้นๆ โดยวางให้อยู่ในลักษณะที่เอียง
4. การให้อาหารก็จะให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้าและเย็น โดยใส่ไปในรูที่เราได้เจาะไว้
5. การถ่ายเปลี่ยนน้ำก็จะเปลี่ยน 2 วัน/ครั้ง โดยให้เปิดฝาแล้วเทน้ำทิ้งแล้วเปลี่ยนน้ำเข้าไปใหม่
6. หลักจากที่เลี้ยงไว้ประมาณ 3 เดือนก็สามารถนำไปขายได้แล้ว
7. การขายก็ให้นำขวดพลาสติกมาตัดให้ขาดแล้วจับกบไปชั่งขาย

การสังเกตและให้เวลาในการเลี้ยงกบขวด
1. ควรให้อาหารพอเหมาะ โดยให้สังเกตไม่มีอาหารเหลือในขวด เมื่อให้อาหารครั้งต่อไป
2. น้ำที่เปลี่ยนถ่ายสามารถนำไปรดต้นไม้หรือผักสวนครัวต่อไป
3. ควรทำความสะอาดขวดที่ใช้เลี้ยงเมื่อสกปรกหรือมีกลิ่น
4. เมื่อพบกบมีบาดแผลให้รีบรักษา โดยผสมยาปฏิชีวนะกับอาหารให้กบกิน ส่วนใหญ่จะพบบาดแผลที่ปาก เนื่องจากกระโดดในขวดเมื่อกบตัวโตขึ้น
5. ขวดพลาสติกที่นำมาเลี้ยงควรเป็นขวดลักษณะสี่เหลี่ยม จะสะดวกและเหมาะสมในการจัดชั้นวาง

*** วิธีการเลี้ยงกบในขวด จะปลอดภัยจากโรค สะดวกกว่าการเลี้ยงแบบคอนโด เพราะไม่ต้องทำความสะอาดเพียงแค่เปลี่ยนน้ำทุก 2 วัน แถมประหยัดน้ำกว่า ศัตรูหรือสัตว์ต่างๆ ก็ไม่เข้าไปรบกวน ทำให้กบสะอาดและแข็งแรง ขายได้ราคาดี ***

ข้อดี
1. เลี้ยงในบริเวณบ้าน หรือมีพื้นที่จำกัดได้ดี
2. ลงทุนต่ำ กว่าเลี้ยงในบ่อปูนหรือบ่อดิน
3. ให้อาหารกบได้ง่ายและทั่วถึง ไม่เปลืองอาหาร
4. ควบคุมโรคได้ง่าย ถ่ายน้ำสะดวก และใช้น้ำน้อยกว่า
5. นำมารับประทานได้ , เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว , ลดภาวการณ์เกิดน้ำเสีย , ง่ายต่อการผลิต , ลดการเกิดขยะจากขวดน้ำได้ด้วย
6. เหมาะกับผู้เริ่มทดลองเลี้ยงเพื่อศึกษา ไม่หวังผลกำไร หรือเลี้ยงเล่นๆ 5 วัน หรือ 10 วัน สนุกๆ เป็นต้น

ข้อเสีย
1. ยากต่อการสังเกตและดูแล หากเลี้ยงในปริมาณมากๆ
2. ไม่เหมาะกับการเลี้ยงจริงจังเชิงพาณิชย์ ที่ต้องมีปริมาณผลผลิตต่อเดือนสูง
3. ไม่สะดวก และเสียเวลามากๆ เมื่อเทียบกับผลผลิตที่ได้รับ ขาดทุนเวลา
4. ไม่คุ้มค่าเวลาเลี้ยง เหน็ดเหนื่อยกว่าปกติ ไม่มีกำไร เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน ไม่คุ้มค้า
หมายเหตุ
ทางฟาร์ม ไม่เคยเลี้ยงกบในขวดพลาสติก อย่างจริงจังมาก่อน ข้อมูลด้านบนได้รวบรวมมาจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้ท่านได้ศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น

http://www.obobfarm.com/FrogFarm/?p=31



การเลี้ยงกบในขวดพลาสติก

ลุงค่อย อินแพง เกษตรกรวัย 50 ปีเศษ ชาวบ้านหมู่ 9 ต.ร่มเมือง อ.เมือง จ.พัทลุง กล่าวว่า ได้เลี้ยงกบแบบปล่อยเลี้ยงในบ่อ แต่กบกลับโตช้า และลำตัวมีขนาดเล็ก-ใหญ่ไม่เท่ากัน เพราะต่างแย่งอาหารกัน จึงคิดทดลองเลี้ยงกบในขวดพลาสติก เนื่องจากมองว่าน่าจะตัวใหญ่เพราะไม่มีการแย่งอาหารกัน

“ผมเลือกขวดพลาสติกชนิดเหลี่ยม ขนาด 1.25 ลิตร เจาะรูด้านข้างเป็นรูกลมขนาด 2 เซนติเมตร และนำคอขวดน้ำพลาสติกชนิดกลมมาเสียบ นำมุ้งมาคลุมด้านบน รัดด้วยยางเส้นกันกบกระโดดออก ให้อาหารสำเร็จรูปวันละ 2 มื้อ เปลี่ยนถ่ายน้ำ 2 วันครั้งไป 15 วัน เปลี่ยนอาหารเป็นอาหารกบรุ่น พอได้ 1 เดือนให้อาหารกบใหญ่ 2-3 เดือนก็จับขายได้”

จากการทดลองเลี้ยงกบที่ได้มีขนาด 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม โดยส่งขายตามร้านขายอาหารกิโลกรัมละ 80 บาท หากชำแหละจะขายกิโลกรัมละ 100 บาท

“การเลี้ยงจะเป็นแบบโรงเรือนโดยทำเป็นชั้นๆ เพื่อวางขวดเป็นแถว เปิดโรงเรือนให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยผมจะเลี้ยงเป็นรุ่น รุ่นละ 100 ตัว ถ้าต้องการให้โตเร็วควรเลี้ยงกบตัวเมีย”

นอกจากช่วยเสริมรายได้ให้ครัวเรือนแล้ว ยังสามารถนำขวดพลาสติกเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าอีกด้วย หากเกษตรกรท่านใดที่สนใจดูวิธีการเลี้ยงก็ติดต่อไปได้ที่บ้าน หรือโทร. 08-7299-2826

http://news.enterfarm.com/การเลี้ยงกบในขวดพลาสติ.html



เพลงของท่าน Beethoven เป็นเพลงเดี่ยว Piano ที่ไพเราะมาก บ้านเราเอามาใส่เนื้อเรื่องในเพลงโฆษณา กระทิกล่อง ยี่ห้อหนึ่ง และโฆษณาบ้านก็เอามาใช้

ลองฟังดูครับ เพลงแบบบรรเลงเดี่ยวจะฟังง่าย กว่าเป็นวงใหญ่

และอีกเพลงเป็นของท่าน โชแปง ผู้ซึ่งชำนาญในการประพันธ์เพลงกับ Piano


Pathetique Adagio Cantabile - Beethoven


Chopin: Waltz in C#



วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ศรร.นครขอนแก่น ลงแขกทำนา

------ทำพิธีเปิดศูนย์เรียนรู้นครขอนแก่น มหาวิทยลัยชีวิต อย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2553


การทำนาในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมเพื่อให้ได้เรียนรู้การทำนา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ โดยนักศึกษาผู้ที่ทำนาเป็น พานักศึกษาและอาจารย์ที่ไม่เคยดำนามาก่อน ให้ได้มีประสบการณ์อันนี้ ที่ไม่มีโอกาสได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก สำหรับชุมชนคนเมือง


--------แม่อุบลและคณะ ร้องหมอลำ คลอไปกับการดำนา

การดำนากับหมอลำ ภาษาอีสานเรียกว่า "งันกัน" แปลว่า ฉลอง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดำนาไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะหมอลำจะทำให้สนุกสนาน

------ ดร.นิรุต อุทธา อาจารย์ประจำศูนย์ฯ ให้สัมภาษณ์กับ KTV เคเบิลทีวี ของ จ.ขอนแก่น


---------- คุณพ่อแดง นักศึกษา ม.ชีวิต อายุ 66 ปี


----- อาจารย์ ทรงกฏ ดีนาง ผู้ประสานงาน ม.ชีวิต ภาคอีสาน ร่วมลงดำนา


-------- คุณเหมี่ยว เลขาฯ และ ผอ.ศรร.นครขอนแก่น สุจิตรา อุทธา




------ อาจารย์ เทวา ไร่สูงเนิน จาก ศรร.ม.ชีวิต อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น มาให้กำลังใจข้างแปลงนา


---ฟ้าฝน เป็นใจให้เรามาก ก่อนเริ่มงานฝนยังตกอยู่ พอเราเริ่มจะดำนาฝนก็หยุดพอดี และมาตกอีกทีตอนเรากินข้าวเที่ยงกัน



LEAP YEAR

สาวอเมริกัน คบกับแฟนหนุ่มมา 4ปี เธอคิดว่ามันเป็นระยะเวลาที่สมควรจะถึงเวลาแต่งงานแล้ว แต่แฟนหนุ่มก็ยังไม่เห็นว่ายังไง

วันนึงเธอเปิดดูเว็บไซด์ พบข่าวเทศกาลของเมืองดับบลิน ประเทศไอร์แลนด์ ผู้หญิงขอแต่งงานกับผู้ชาติได้ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ของทุกๆ 4 ปี

เธอจึงตัดสินใจจะไปหาแฟนหนุมที่ไอร์แลนด์เพื่อขอเขาแต่งงาน (แฟนเธอไปทำงานที่นั้น) แต่เนื่องจากมีพายุหนักในระหว่างการบิน เครื่องบินจึงต้องลงที่ประเทศเวลส์ และพายุหนักมากจึงไม่สามารถมีเที่ยวบินใดบินได้ เธอจึงเดินทางต่อโดยทางเรือ และเข้าพักที่ร้านอาหารเล็กๆ ของชายหนุ่มคนนึง

เธอได้ว่าจ้างเขาให้ขับรถไปส่งที่เมืองดัลบลิน และเรื่องราวของหนังก็เกิดในช่วงนี้เอง

ถึงนาทีสุดท้าย คุณว่าเธอจะเลือกแฟนหนุ่ม หรือ หนุ่มไอร์ลิสบ้านนอกคนนั้น

เป็นหนังรักโรแมนติก กับฉากธรรมชาติสวยงามของชนบทในประเทศไอร์แลนด์


ในสารคดี Huge Moves ที่ได้ลงไปคราวก่อน คนอเมริกันชอบบ้านเก่า ถึงขนาดต้องย้ายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น โรงนาเก่า คอกม้าเก่า ไปพร้อมกับบ้านเก่า หรือถ้าย้ายต้นไม้ใหญ่ไปได้ด้วย พวกเขาก็จะทำ

ผมคิดว่า พวกเขาก็ไม่อยากจะอยู่ในเมืองใหญ่ ซักเท่าไหร่หรอก ถ้าไม่จำเป็นต้องทำมาหากิน

… …


เพื่อนผมทำกิจการร้านเบ็ดเตร็จ เป็นอาคารห้าคูหา ที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ขายสินค้าหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะป็น ข้าวสาร น้ำตาล ท่อประปา ปุ๋ย เคมีเกษตร และมีอีกหลายร้อยรายการ

มีลูกค้าแม่กับลูกเข้ามาในร้าน ซึ่งก่อนออกจากบ้าน แม่บอกลูกชายว่าจะพาไปโลตัส ใน จ.ขอนแก่น แต่มาแวะซื้อของก่อน และลูกชายของเธอยังไม่เคยไปโลตัสมาก่อน

ขณะที่ แม่กำลังซื้อของเล็กๆน้อยๆ ในร้านเพื่อนผม ลูกชายของเธอก็ถามขึ้นมาว่า

“อิแม่ อิแม่ นี้ติ โล่ตัส” (พูดสำเนียงอีสาน)


By LU KK


Leap Year




วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

มือซ้าย และ มือขวา




มือขวา เขียนหนังสือ วาดรูป เขียนกวี ทำอะไรต่างๆ มากมาย แต่ไม่เคยต่อว่า มือซ้าย ว่าไม่ค่อยได้ช่วยทำอะไร และมือซ้าย ก็ไม่เคยรู้สึกว่าตน มีปมด้อย หรือ ต่ำต้อยกว่ามือขวา แต่อย่างใด

วันนึง มือขวาถือฆ้อน ต้องการตีตะปู โดยมือซ้ายจับตะปูไว้
ด้วยความทีใจไม่ได้จดจ่อกับการตีตะปู มือขวาจึงตีตะปูพลาดไปโดนมือซ้าย

มือขวา รู้แน่ว่ามือซ้ายต้องเจ็บปวดไม่น้อยเลย มือขวาจึงกุมไปที่มือซ้าย ด้วยความเป็นห่วง
และมือซ้ายก็ไม่ได้กล่าวโทษมือขวาแต่อย่างใด และก็ไม่คิดจะเอาฆ้อนไปตีมือขวาเพื่อเอาคืน

ทั้งมือซ้ายและมือขวา ต่างรู้หน้าที่ของตนเอง ไม่คิดจะชิงดีชิงเด่นกัน เพราะมือซ้ายและมือขวาต่างก็ต้องมีกันและกัน ต้องสามัคคีกัน พี่น้องและครอบครัว ก็ควรเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

(ถอดความเอาใจความสำคัญ ซึ่งจะไม่เหมือนกับทุกคำพูดของท่าน ติช นัท ฮันห์)

เป็นคำสอนที่นอกจากจะได้ในเรื่อง ความรักและความสามัคคีแล้ว ก็จะทำให้ได้เข้าใจคำว่า “อนัตตา” หรือ ความไม่มีตัวตน ไม่ยึดมั่นถือมั่น นั้นเอง ไม่มีสิ่งใดดีไปกว่ากัน หรือ มีค่ามากกว่ากัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พิธีกร คุณสุทธิชัย หยุ่น ต้องการชี้ให้เห็น

ที่มา รายการ ZEN 2010


ชีวประวัติ ท่านติช นัท ฮันห์







vdo ตอนอื่นๆ


ในช่วงก่อนหน้านี้ที่ ม.ชีวิต ยังไม่ได้ผ่านการเห็นชอบจาก สกอ. มีศูนย์เรียนรู้แห่งนึง ส่งอีเมลเพื่อให้กำลังใจกับ ดร.เสรี ในการดำเนินการเปิด ม.ชีวิต ซึ่งโดยสถานการณ์แล้ว ดร.เสรี จะต้องให้กำลังกับศูนย์เรียนรู้มากกว่า เพราะ ศรร. ทั้งหมดอาจจะค่อยๆ หมดกำลังใจและเลิกทำ ม.ชีวิตไป

แต่ตรงกันข้าม ศรร. แห่งนั้นกับมีกำลังใจและพลังที่จะต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ต่อไป และกลัวว่า ดร.เสรี จะเหนื่อยจากการทำงานหนัก ซึ่งอีเมลนั้นก็มีข้อความให้กำลังใจกับ ดร.เสรี และลงท้ายจดหมายด้วยวลีที่ว่า

“การเดินกลับไปทางเก่า เท่ากับเดินทางต่อ”
---ติช นัท ฮันห์


By LU KK







วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

โมเดล รอด พอเพียง ยั่งยืน


พึ่งตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้

ชุมชนเรียนรู้ ชุมชนเข้มแข็ง

รอด พอเพียง ยั่งยืน


วลี ที่เป็นแนวคิดของ ม.ชีวิต เป็นตัวบอกถึงเป้าหมาย ว่าต้องการให้เกิดอะไรขึ้นกับชุนชนและสังคมของเรา

การเปิด ม.ชีวิต ทำเพื่อให้ความรู้ในระดับปริญญากับคนวัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นใคร อาชีพไหน อายุไม่จำกัด เป้าหมายตามข้างต้น คือ เพื่อให้คนมีความรู้ คิดเอง ทำเองได้ พึ่งตนเองได้ และเมื่อมีกำลังพอ ก็สามารถช่วยคนอื่นได้

เมื่อมีคนมีความรู้มากขึ้น ชุมชน และสังคม ก็เข้มแข็ง สามารถจัดการทรัพยากร จัดการให้สังคมมีคุณภาพได้ ด้วยการช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกัน

เมื่อแต่ละครัวเรือน จัดการกับสภาพเศรษฐกิจของตนเองได้ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป้าหมายระดับสูง ที่ ม.ชีวิต คาดหวังไว้ คือ ความเป็นอยู่ของสังคมที่ดี ที่สมบูรณ์ อย่างยั่งยืน

สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
เป็นการเรียนรู้ในการจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น คน เงิน ดิน น้ำ อากาศ ศิลปะ วัฒนธรรม องค์ความรู้ของท้องถิ่น ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ เกิดการรวมกลุ่มของคนในชุมชน เกิดกลุ่มออมทรัพย์ เกิดวิสาหกิจชุมชน ชุมชนสามารถผลิตวัตถุดิบต่างๆ เองได้ มีแหล่งอาหารเพียงพอแก่ชุมชน

สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชุมชน
จะเรียนรู้ในการ จัดการเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้กับชุมชน เพื่อช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ ช่วยจัดการการใช้พลังงานในท้องถิ่น

ส่วนสาขาสุขภาพชุมชน
จะสร้าง อาสาสมัครสาธารณสุข ที่มีความรู้มากขึ้น สามารถดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยของชุมชนได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น มีการจัดการด้านสุขภาพอย่างเป็นระบบ ทำให้ชุมชนกินเป็น อยู่เป็น

เมื่อคนในชุมชน สามารถบริหารจัดการชุมชนของตนเองได้เอง ก็จะทำให้สังคมดีขึ้น คนไม่เป็นหนี้ สุขภาพแข็งแรง เศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชนดี มีการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ไม่ทำลายคน และสิ่งแวดล้อม

จากที่ต้องพากันออกมาประท้วง ชุมชนก็พึ่งตนเองได้ จากที่เคย อยู่ไม่รอด ก็จะ รอด แล้วเมื่อมีการร่วมมือกันอย่างต่อเนื้อง สังคมก็จะดีและสมบูรณ์ อย่างยั่งยืน สืบต่อไปจนถึงลูกหลาน

ส่วนระดับปริญญาโท จะสร้างนักพัฒนา นักยุทธศาสตร์ เพื่อวิจัย วางแผนยุทธศาสตร์ห้กับชุมชน เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ทำให้การพัฒนาชุมชนเป็นไปอย่างมีทิศทางที่เหมาะสม


ตัวอย่าง ของกิจกรรม ที่ทำให้ รอด และ พอเพียง

กลุ่มออมทรัพย์
เมื่อชุมชนมีกองทุนเป็นของตัวเอง ก็สามารถจัดการเรื่อง เงินทอง ได้เอง ให้กู้ได้เอง โดยไม่ต้องไปง้อธนาคาร ดอกเบี้ยก็ถูกกว่า มีเงินออมของตนเอง แถมสิ้นปียังได้เงินปันผลอีกต่างหาก ซึ่งไม่มีทางที่จะได้จากธนาคาร และยังมีสวัสดิการของชุมชนเองด้วย ค่ารักษาพยาบาล เบี้ยชราภาพ ช่วยค่าเล่าเรียนลูกหลาน และอื่นๆ ตามที่ชุมชนต้องการ ไม่ต้องรอว่า รัฐสวัสดิการ จะเกิดจริงหรือป่าว

หนังสือ กองทุนหมู่บ้าน ได้รวบรวม กลุ่มออมทรัพย์ของชุมชนต้นแบบ เอาไว้ทั่วประเทศ คือสิ่งที่กล่าวมาได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่เป็นเพียงคำกล่าวอ้างแบบไม่มีตัวตน ซึ่ง ม.ชีวิต ได้นำมาเป็นต้นแบบ ในการทำหลักสูตรของ ม.ชีวิต ขึ้นมา และถ่ายทอดสู่ชุมชนต่างๆ


ตัวอย่างใน หน้า 45
ต.น้าหว้า อ.จะนะ มีสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มี 80 กองทุน และสวัสดิการทุกอย่าง เช่น
กองทุนเยาวชน บัตรสุขภาพ สังกะสี ปุ๋ย อาหารนักเรียน ยาไก่ ยาโค หีบศพ โรงศพ ร้านค้า โต๊ะ เกาอี้ ร้านอาหาร โรงสี น้ำดืม ร้านเสริมสวย ค่ารักษาพยาบาล ชมรมคนชรา ศึกษาอบรม ส่งเสริมอาชีพ ฯลฯ

ก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี 2520 ปัจจุบันมีสมาชิก 1,400 คน มีเงินออมและเงินทุนหมุนเวียน 27 ล้านบาท

สุดยอดมั๊ยละครับ คือ เป็นทั้ง สหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนและวิสาหกิจชุมชน หาคำจำกัดความไม่ได้ แต่ละกองทุน จะมีเงินสะสมเป็นของกองทุนนั้นเอง ไม่ได้เอามาปนกัน เป็นไง บริษัทใหญ่ๆ ยังจัดการไม่ได้ยังงี้เลยครับ ดูอย่าง กองทุนสังกะสี เฉพาะเจาะจงเป็นอย่างเดียวเลย

วิสาหกิจชุมชน
ชุมชนระดมสมองและสองมือ พอรวมกันก็มีเป็นร้อยมือ ร้อยสมอง สามารถแสวงหาทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเองที่จะนำมาทำประโยชน์ได้ ลดความเสี่ยงจากการลงทุนทำกิจการเองเพียงลำพัง และเมื่อกิจกรรมที่ทำสามารถทำเงินได้ กิจการก็เติบโต และมีปันผลสินปีให้สมาชิกเช่นกัน


ตัวอย่าง วิถีชีวิต รอด พอเพียง

สามี ตื่นเช้า อาบน้ำ ขับถ่าย เรียบร้อย (ถ้าไม่ได้ ขับถ่ายทุกวัน แสดงว่า การขับถ่ายไม่ดี)

กินอาหารที่ทำเอง เน้นผักและปลา ดื่มน้ำสะอาด ข้าวปลูกเอง ไม่ต้องซื้อ ปลาและผัก มีหลังบ้าน ผลไม้ก็พอมีบ้าง และใช้ Bio gas จากมูลวัว หุงต้มอาหาร

ออกไปทำนาด้วย รถกระบะ และเครื่องคูโบต้า ที่ใช้ไบโอดีเซล ทำเอง

มีปุ๋ยอินทรีย์ รถเกี่ยวข้าว โรงสีชุมชน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมทั้ง น้ำดืม ด้วย

เอาเงินจากกองทุน ไปจ่ายค่าเรียนลูก

ภรรยา เป็น อสม. ปั่นจักรยาน ออกเยี่ยมชุมชน พร้อมกับเยาวชนกลุ่มรณรงค์งดเหล้า ถ้างดเหล้า บุหรี่ ได้สุขภาพก็จะกลับมาดี ค่าใช้จ่ายก็ลดลง งดการพนัน ก็มีเงินเหลือเก็บ

และตอนบ่าย ภรรยาเข้าร่วมประชุมกับ กองทุนสุขภาพของชุมชน

ลูกดูทีวี โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือ จากกังหันลม ของชุมชน พัดลมและหลอดไฟในบ้านก็เช่นกัน

ตอนเย็น พ่อ แม่ ลูก ออกกำลังกายด้วยกัน – ทำได้วันละนิด ก็ยังดีครับ แต่ทำให้สม่ำเสมอ จำเป็นมากครับ ที่เราต้องออกกำลังกาย เป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุดเลย

สำหรับวันนิ้ นอกจากค่าเล่าเรียนลูก ที่ต้องจ่ายไปแล้ว จะได้จ่ายอีกอย่างตอน สามีใช้มือถือตามภรรยากลับบ้าน ถ้าไม่อยากจ่าย ต้องใช้การจุดพลุส่งสัญญาณแทน ค่าอาหารสามมื้อ ไม่ได้จ่ายเพราะทำกินเอง วัตถุดิบมีที่หลังบ้าน อย่างตอนมื้อเที่ยงของภรรยา ก็ได้จากทุกคนที่มาประชุมเอาอาหารมาจากบ้าน และกินร่วมกัน

ถึงเวลาเข้านอน โดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ระบบทางเดินหายใจปลอดโป่งโล่งสบาย เพราะนอนใน บ้านดิน ที่อากาศเย็นสบาย

คนเมือง ก็เป็นชุมชนพอเพียงได้นะครับ อย่างของ ศรร. นครขอนแก่น อยู่ใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เราได้จัดตั้ง กลุ่มออมทรัพย์ และ วิสาหกิจชุมชนแล้ว และนักศึกษาก็เริ่มปรับตัว และเริ่มใช้ชีวิตแบบพอเพียง

----คนเมืองพอเพียง โมเดล



กิจกรรมเพื่อ ความพอเพียง


การมีไบโอดีเซลใช้เอง

ขั้นตอนการผลิตไบโอดีเซล
http://www.planenergy.co.th/node/22


การมีก๊าสชีวภาพ (Bio gas) ใช้เอง
http://www.bankaset.com/2009/07/แก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ท/



การใช้พลังงานแสงอาทิตย์

http://www.komchadluek.net/detail/20100527/60705/บ้านข้าวหอมนิลใช้พลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรก.html


http://variety.thaiza.com/หมู่บ้านพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในไทย-183604.html


กังหันลมผลิตไฟฟ้า

http://www.en.mahidol.ac.th/thai/news/2008/06/05_8.html



การทำปุ๋ยใช้เอง

ปุ๋ยหมักอัดเม็ด




ท่านคิดว่าถ้าทำได้ตามนี้ ค่อยทำที่ละอย่าง ท่านคิดว่าจะทำให้ท่านและชุมชน "รอด" ได้หรือไม่ ครับ


By LU KK