ข่าวประชาสัมพันธ์ นักศึกษา ป.ตรี

-- หลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สาขาสุขภาพชุมชน และ สาขาการจัดการการเกษตรยั่งยืน เรียน 3 ปี จบ รับผู้จบ ม.6 ทุกสาขา ไม่จำกัดอายุ 60ปี ก็เรียนได้ ผู้ที่ยังไม่จบ ม.6 สามารถลงทะเบียนเรียนได้ สองรายวิชา

-- หลักสูตร ป.ตรี -- หลักสูตรแบบบูรณาการ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม จิตใจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง หลักสูตรสำหรับผู้ใหญ่ แห่งเดียวของไทย ไม่เรียนแบบท่องหนังสือไปสอบ

--- ผู้ที่สนใจเรียนกับ ม.ชีวิต สามารถแจ้งความจำนงเพื่อจะสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ปี 2558 ที่ศูนย์ขอนแก่น โทร.087-823-3149 ทั้ง ป.ตรี และ ป.โท

---------------------------------

ข่าวประชาสัมพันธ์ นักศึกษา ป.โท

-- หลักสูตร ป.โท -- หลักสูตรที่ให้คิดแบบเชิงระบบ (System Thinking) ขับเคลื่อนทั้งองคาพยพ (Organism) สร้างนักยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน (Sustainable)

------ต้องการเรียน ป.โท ที่ จ.มหาสารคาม โทร.082-315-3500

-- ผู้สนใจศึกษาต่อ สามารถแจ้งความจำนงไว้ได้โดยกรอก ชื่อ-สกุล, อีเมล์, เบอร์โทรศัพท์ ที่ช่องส่งเมล์ ด้านขวามือ



- จ.ขอนแก่น เปิดศูนย์ที่ อ.เมือง,เขาสวนกวาง,กระนวน,ภูเวียง,ภูผาม่าน เท่านั้น จังหวัดใกล้เคียงได้แก่ มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, สกลนคร, นครราชสีมา, ชัยภูมิ-อ.คอนสาร เท่านั้น ที่อื่นนอกจากนี้ไม่ใช่ศูนย์ของ ม.ชีวิต ดูข้อมูลเพิ่มเติมของสำนักงานใหญ่ และหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์อื่นทั่วประเทศได้ที่แถบด้านขวามมือ


เพลงนิทานแผ่นดิน
ศ.นพ.ประเวศ วะสี แนะนำ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

facebook

facebook
คลิ๊ก: ข่าวสารและภาพกิจกรรม ป.โท ขอนแก่น-ชัยภูมิ

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เลิกใช้หลอดไส้



ร้านขายอุปกรณ์ทั่วเมืองเบียร์ต่างพากันรายงานว่า ยอดขายหลอดไฟที่ โทมัส เอดิสัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน เป็นผู้ปรับปรุงขึ้นจนสมบูรณ์แบบเมื่อ 130 ปีที่แล้วนั้น เพิ่มขึ้นแบบพรวดพราด โดยลูกค้าบางรายขนซื้อหลอดไส้ชนิด 100 วัตต์ ไปเต็มรถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ตเลยทีเดียว

"มันน่าประทับใจมากเลยค่ะ ยอดขายหลอดไส้ขนาด 100 วัตต์ ตามร้านค้าในเมืองฮัมบูร์กของเรานั้นพุ่งขึ้นไปถึง 337% เลย" ซีโมน นอยอกส์ จากเครือข่ายร้านขายวัสดุอุปกรณ์ชื่อ แม็กซ์ บาห์ร กล่าว พร้อมแจกแจงต่อไปว่า ลูกค้าหันไปเลือกซื้อหลอดไส้บรรจุกล่องขนาดคิงไซส์ ซึ่งมีหลอดไฟอยู่ 60 หลอด หรือมากกว่านั้น ซึ่งเท่ากับว่า พวกเขาจะมีหลอดไส้ของเอดิสันใช้ต่อไปอีกเป็นเวลาหลายปีเลยทีเดียว

ที่น่าขันก็คือ แม็กซ์ บาห์ร เพิ่งจะเสร็จสิ้นการปรับปรุงแผนกไฟฟ้าและแสงสว่างของทางร้าน เพื่อให้ทันเวลาที่อียูประกาศยุคใหม่ของหลอดประหยัดพลังงาน แต่กลับกลายเป็นว่า ลูกค้าจำนวนมากไม่ได้สนใจแผนกนี้เลย

เมื่อไปถามลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งเป็นชายในวัยต้น 50 ถึงสาเหตุที่ว่า ทำไมเขาถึงชอบใช้หลอดไส้แบบเก่าอยู่ ก็ได้รับคำตอบมาว่า เป็นเพราะสายตาของเขาไม่ดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และจากที่เคยได้ใช้มาเขาพบว่าหลอดประหยัดพลังงานนั้นใช้อ่านหนังสือไม่ได้ เลย

การกำจัดหลอดไส้แบบเก่าให้หมดไปในสหภาพยุโรปนั้นจะเกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากหลอดไส้ขนาด 100 วัตต์ที่จะถูกเลิกใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป ตามมาด้วยหลอดไส้แบบขุ่นทุกประเภท หลอดฮาโลเจนแรงสูง แล้วก็หลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ไม่ค่อยประหยัดพลังงาน

พอถึงสิ้นปี 2555 หลอดไส้ขนาด 75 วัตต์ และ 60 วัตต์ ก็จะหายไปจากร้านค้าต่างๆ เช่นกัน

"เราก็เห็นการกักตุนหลอดไฟเป็น จำนวนมากเหมือนกัน แล้วก็ดูเหมือนว่าพวกผู้สูงอายุจะวิตกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มากกว่าใครเพื่อน" อุลริก นอเกเบอร์ เจ้าของร้านขายปลีกในเมืองบาด ชเวลบาค ใกล้เมืองวิสบาเดิน บอก

ทั้งนี้ ผู้บริโภคชาวเยอรมันจำนวนมากมองว่า คำสั่งห้ามใช้หลอดไส้แบบเก่าของอียูในครั้งนี้เป็นเล่ห์กระเท่ห์ของพวกผู้ผลิตหลอดไฟที่ ต้องการผลกำไรมากขึ้นจากการนำเอาหลอดซีเอฟแอล หรือหลอดคอมแพ็กฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งเป็นหลอดแบบประหยัดพลังงานที่มีราคาแพงกว่า มาขายแทนหลอดไฟฟ้าแบบเก่าที่ถูกแสนถูก แถมยังให้แสงสว่างมากกว่าอีกด้วย

พวกที่ไม่เห็นด้วยกับอียูยังบอกด้วยว่า หลอดซีเอฟแอลสว่างไม่พอ แถมยังให้แสงที่ไม่ค่อยจะนุ่มนวลต่อสายตาอีกด้วย นอกจากนี้ พวกเขายังบอกด้วยว่าหลอดซีเอฟแอลที่ใช้พลังงานเพียง 1 ใน 3 ของหลอดไฟธรรมดานั้นติดช้า แถมยังกะพริบบ่อยกว่าหลอดแบบเก่าอีกด้วย ทำให้ปวดหัว

นอกจากนี้ยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องรังสีที่ปล่อยออกมา และการกำจัดทิ้งอย่างถูกต้องอีกด้วย เพราะหลอดซีเอฟแอลนั้นมีสารปรอทซึ่งเป็นพิษร้ายแรงอยู่ข้างใน

แต่อียูกลับบอกว่า หลอดประหยัดพลังงานจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในยุโรปลงได้ปีละ 15 ล้านตันเลยทีเดียว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องว่า หากผู้บริโภคหันไปใช้หลอดประหยัดพลังงานก็จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ปีละไม่ น้อยเลยทีเดียว นอกจากนี้ หลอดไส้ยังทำให้โลกร้อน เพราะมีเพียง 5% ของพลังงานทั้งหมดที่หลอดไส้ใช้เท่านั้นที่แปรไปเป็นแสงสว่าง ส่วนที่เหลือนั้นเป็นการให้ความร้อน

อย่างไรก็ตาม กระแสตื่นตูมซื้อหลอดไส้แบบเก่านี้อาจเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะใน เมืองเบียร์เยอรมันก็ได้ เพราะหากดูจากสถิติของยอดขายในยุโรปแล้ว ยอดขายหลอดไฟทั้งหมดในเมืองเบียร์นั้นพุ่งขึ้น 17% ในไตรมาสแรกของปีนี้ ในขณะที่เนเธอร์แลนด์นั้นกลับตกลงไปถึง 34.5%

ยอดขายหลอดไฟในอังกฤษช่วงเดียวกันก็ตกลง 22.5% ด้วย ส่วนที่ฝรั่งเศสนั้นตกไป 8.6%

ที่มา คมชัดลึก 12 กย.52



----การปลูกข้าวบนดาดฟ้า และ ปลูกในตึก



http://suebsiri.multiply.com/photos/album/119/119



แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีพุทธศาสนาเป็นฐานของแนวคิด

ความพอดี ทำให้เกิดความสมดุลย์ ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ

สถานการณ์น้ำท่วมของบ้านเราที่ไม่เคยเกิดขึ้นหนักขนาดนี้มาก่อน เป็นเพราะโลกถูกมนุษย์ทำลาย


By LU KK


----มหาวิทยาลัยชีวิต สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม
คลองที่เห็นในภาพ คือ คลองอันเดียวกันกับ ตลาดน้ำอัมพวา





วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ข้าวฮางงอก



ข้าวฮางงอกและข้าวกล้องงอก มีความแตกต่างกันในกระบวนการผลิต โดยข้าวกล้องงอก จะมีการนำข้าวเปลือกขาวดอกมะลิ 105 และข้าว กข.6 หรือจะเป็นพันธุ์อื่น มาผ่านกระบวนการงอกแล้วนำมานึ่งและนำมาอบให้แห้งก่อนจะนำไปสี โดยการสีเพียงกะเทาะเปลือกออกมาเป็นข้าวกล้อง ส่วนคำว่า ฮาง แปลว่า นึ่ง ซึ่งเป็นกระบวนหนึ่งในการผลิตข้าวฮางงอก

ส่วนข้าวฮาง เป็นข้าวสารแปรรูป โดยวิธีการนึ่งข้าวเปลือกให้สุกก่อน แล้วจึงนำไปสีเป็นข้าวสาร ข้าวฮาง ทำได้ทั้งข้าวจ้าว และข้าวเหนียว การทำข้าวฮาง เป็นภูมิปัญญาตั้งแต่เดิมของคนไทยอีสาน เพื่อให้เก็บข้าวเปลือกไว้ได้เป็นเวลานาน กรณีเกิดปัญหาข้าว ในนาเสียหาย จากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง

ข้าวฮาง เป็นข้าวที่ผลิตขึ้นตามกรรมวิธีโบราณตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเผ่าภูไท ในภาคอีสาน สืบต่อกันมากว่า 200 ปี โดยใช้วิธีนำข้าวเปลือกมาบ่มพักไว้ 2 คืน จากนั้นนำไปแช่น้ำประมาณ 12-48 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการงอก ขั้นตอนต่อมานำข้าวเปลือกที่แช่น้ำไว้นึ่งประมาณ 30-60 นาที แล้วตากให้แห้ง และสีเป็นข้าวกล้องต่อไป โดยรวมใช้ระยะเวลาประมาณ 5 วันต่อการผลิต 1รอบ ทั้งนี้ การนำข้าวเปลือกมาแช่น้ำให้เกิดการงอกจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมี ในเมล็ดข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของปริมาณสาร GABA ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายหลายด้าน นอกจากนั้น จากกรรมวิธีผลิตข้าวฮาง ทำให้ได้ข้าวเต็มเมล็ดที่มีจมูกข้าวและรำข้าว ซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ รวมกว่า 20 ชนิด อีกทั้ง ข้าวฮางมีเส้นใยอาหารปริมาณสูง ช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย

ความโดดเด่นของข้าวฮาง คือ มีสารอาหารต่างๆ สูงมาก โดยเฉพาะสาร GABA (Gamma Amino Butyric Acid) ซึ่ง ช่วยลดความดันโลหิตและปริมาณคลอเรสเตอรอล มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์ อีกทั้ง มีธาตุแมงกานีส ในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง นอกจากนั้น ข้าวฮา งมี ค่าการเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรค เบาหวาน และคื่อเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระบบ ประสาทรวมทั้งกล้ามเนื้อ จุดเด่นของข้าวฮางที่ผ่านกระบวนการต่างๆ แล้ว จะมีลักษณะพิเศษนิ่มอร่อยใกล้เคียงข้าวขาว สามารถหุงได้เหมือนกับข้าวขาวทั่วไป และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเปลือกข้าว ขณะที่สารอาหารต่างๆ สูงกว่าข้าวกล้องทั่วไป


ข้อมูลจาก http://www.kroobannok.com/14067


ประโยชน์ของสารกาบา (GABA Gamma Amino-Butyric Acid)
- เป็น สารสื่อประสาท และช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบประสาทเช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคลมชัก
- ช่วยให้รู้สึกสงบ ลดอาการวิตกกังวล และช่วยรักษาโรคนอนไม่หลับ
- เพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารของเซลล์สมอง
- ลดความดันโลหิต
- ยับยั้งและป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง และมะเร็งในลำไส้
- ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และ โรคเส้นเลือดในสมอง
- ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน

ประโยชน์ของสารแกมม่า โอไรซานอล (Gamma-Oryzanol)
- กระตุ้นต่อมไร้ท่อให้ขับฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ในเพศชาย ให้อยู่ในระดับคงที่ ให้สัมพันธ์กับฮอร์โมนในการเจริญเติบโต
- ลดอาการผิดปกติในวัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง
- ส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมที่มีอยู่ในข้าว โดยเฉพาะจากข้าวเพาะงอก
- มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์
- ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
- กระตุ้นให้ตับสร้างอินซูลิน


ข้าวกล้องงอกชนิดผง พร้อมชงดื่ม

ส่วนผสม :
ข้าวเพาะงอก 6 ชนิด
- ข้าวหอมมะลิเพาะงอก
- ข้าวหอมมะลิแดงเพาะงอก
- ข้าวหอมนิลเพาะงอก
- ข้าวเหนี่ยวเพาะงอก
- ข้าวก่ำเพาะงอก
- ข้าวหอมปทุมเทพเพาะงอก
- น้ำตาลจากผลไม้ (ฟรุกโตส)
- ธัญพืชรวมทั้งหมด 7 ชนิด

ผลิตโดย : วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปข้าวเพื่อสุขภาพ จ.ชัยภูมิ




----ข้าวกล้องงอกผง เจ้านี้มีจำหน่ายที่ห้างค้าปลีกทั่วไป



วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ใบอนุญาตตั้งสถาบันฯ


--- ใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน จากกระทรวงศึกษาธิการ และการรับรองจาก กพ. (คลิ๊กดูภาพ)

ขณะนี้ ทาง ม.ชีวิต ที่ อ.บางคนที ได้มี สภามหาวิทยาลัย แล้ว และกำลังดำเนินการเรื่องการ จัดอาจารย์ประจำลงในตำแหน่ง และรายวิชาที่ต้องรับผิดชอบ เมื่อได้อาจารย์แล้ว ก็จะให้อาจารย์ทั้งหมดลงไปในพื้นที่ของตนเอง และทำการฝึกอบรมในรายวิชาต่างๆ ให้กับอาจารย์ในแต่ละศูนย์ อีกต่อนึง ครับ

--- งานตลาดนัดสุขภาพ จัดในวันที่ 8 ต.ค.53 ที่โรงแรมโฆษะ มีการออกบูธของกลุ่มสาธารณะสุข อสม. และเครื่อข่ายต่างๆ
---- ท่าน จุลนพ ทองโสภิต รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ถ่ายภาพร่วมกับเยาวชนงดเหง้า ของกลุ่ม ม.ชีวิต
--- เยาวชนงดเหล้า มีตั้งแต่ ป.3 อายุ 9 ขวบ

-----เรื่องของ พี่ภาสกร นักศึกษา ม.ชีวิต ลงจดหมายข่าว คอลัมน์ เรื่องเล่า ชาว ม.ชีวิต






----- และกิจกรรมการลงแขกดำนา ก็ลงจดหมายข่าว ฉบับที่ 8 ในคอลัมน์ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เช่นกัน




AgeLoc Technology & Antioxidant




วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

น้ำตกตาดฟ้า ภูเวียง


เที่ยวขอนแก่น แวะเล่นน้ำเย็นๆที่ น้ำตกตาดฟ้า

หากมีโอกาสมาเที่ยวขอนแก่นในช่วงหน้าร้อน และไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดี น้ำตกตาดฟ้าก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่คุณควรให้ความสนใจได้เช่นกัน

ด้วยการเดินทางที่ค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะตัวน้ำตกนั้นอยู่ใกล้เมือง ไม่เหมือนน้ำตกอื่นๆที่ค่อนข้างเดินทางไปมาลำบากพอสมควร

ในช่วงหน้าร้อนโดยเฉพาะวันสงกรานต์ ที่น้ำตกตาดฟ้าจะมีความคึกคักเป็นพิเศษ เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากจะมาเล่นน้ำที่น้ำตกแห่งนี้

น้ำตกตาดฟ้า ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ อำเภอเวียงเก่า (อำเภอที่แยกออกจาก อ.ภูเวียง) จังหวัดขอนแก่น อยู่ห่างจากทุ่งใหญ่เสาอารามประมาณ 5 กิโลเมตร และห่างจากบ้านโคกสูงประมาณ 10 กิโลเมตร

โดยน้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดกลางอยู่ทางทิศเหนือของเทือกเขาภูเวียง มีเส้นทางเดินเท้าขึ้นเขาระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร จากด่านตรวจโคกสูง มีความสูงประมาณ 15 เมตร

นอกจากนั้นบริเวณรอบๆน้ำตกยังเต็มไปด้วยสภาพป่าเป็นป่าดิบที่อุดมสมบูรณ์ ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดสถานที่กางเต็นท์ไว้ให้สำหรับผู้ประสงค์จะพักแรม





-----travel.thaiza.com



โครงการเยาวชนงดเหล้า ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ของนักศึกษา ม.ชีวิต นครขอนแก่น ซึ่งได้รับทุนสนันสนุนจาก เทศบาลตำบลสำราญ เป็นโครงการที่สามของนักศึกษา ม.ชีวิต ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น



วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

การเลี้ยงกบในขวดพลาสติก



การเลี้ยงกบในขวดน้ำพลาสติกเป็นการประยุกต์การเลี้ยงกบให้เข้ากับสภาพพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดและเป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นการจัดการที่ง่ายและสะดวก

การเลี้ยงกบในขวดพลาสติก
วัสดุ-อุปกรณ์
1.ขวดน้ำพลาสติก 1.25 ลิตร ขึ้นไป แบบกลมหรือเหลี่ยมก็ได้
2.ชั้นวาง
3.ลูกกบ ( หลักการเลือกซื้อลูกกบ )
4.อาหารกบแท้ หรืออาหารปลาดุก

วิธีการเลี้ยง
1. ให้เรานำขวดพลาสติกมาเจาะรูขนาดเล็กไว้ประมาณสัก 2 รู เพื่อที่จะเป็นที่ช่องสำหรับใส่อาหาร แล้วให้ใส่น้ำเข้าไปในขวดเพียงเล็กน้อยไม่ต้องเต็มขวด
2. หลักจากนั้นก็ให้นำลูกกบใส่เข้าไปในขวด โดยจะใส่ขวดละ 1 – 2 ตัว แล้วปิดฝาให้แน่น
3. นำขวดไปตั้งไว้ที่ชั้นวางเป็นชั้นๆ โดยวางให้อยู่ในลักษณะที่เอียง
4. การให้อาหารก็จะให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้าและเย็น โดยใส่ไปในรูที่เราได้เจาะไว้
5. การถ่ายเปลี่ยนน้ำก็จะเปลี่ยน 2 วัน/ครั้ง โดยให้เปิดฝาแล้วเทน้ำทิ้งแล้วเปลี่ยนน้ำเข้าไปใหม่
6. หลักจากที่เลี้ยงไว้ประมาณ 3 เดือนก็สามารถนำไปขายได้แล้ว
7. การขายก็ให้นำขวดพลาสติกมาตัดให้ขาดแล้วจับกบไปชั่งขาย

การสังเกตและให้เวลาในการเลี้ยงกบขวด
1. ควรให้อาหารพอเหมาะ โดยให้สังเกตไม่มีอาหารเหลือในขวด เมื่อให้อาหารครั้งต่อไป
2. น้ำที่เปลี่ยนถ่ายสามารถนำไปรดต้นไม้หรือผักสวนครัวต่อไป
3. ควรทำความสะอาดขวดที่ใช้เลี้ยงเมื่อสกปรกหรือมีกลิ่น
4. เมื่อพบกบมีบาดแผลให้รีบรักษา โดยผสมยาปฏิชีวนะกับอาหารให้กบกิน ส่วนใหญ่จะพบบาดแผลที่ปาก เนื่องจากกระโดดในขวดเมื่อกบตัวโตขึ้น
5. ขวดพลาสติกที่นำมาเลี้ยงควรเป็นขวดลักษณะสี่เหลี่ยม จะสะดวกและเหมาะสมในการจัดชั้นวาง

*** วิธีการเลี้ยงกบในขวด จะปลอดภัยจากโรค สะดวกกว่าการเลี้ยงแบบคอนโด เพราะไม่ต้องทำความสะอาดเพียงแค่เปลี่ยนน้ำทุก 2 วัน แถมประหยัดน้ำกว่า ศัตรูหรือสัตว์ต่างๆ ก็ไม่เข้าไปรบกวน ทำให้กบสะอาดและแข็งแรง ขายได้ราคาดี ***

ข้อดี
1. เลี้ยงในบริเวณบ้าน หรือมีพื้นที่จำกัดได้ดี
2. ลงทุนต่ำ กว่าเลี้ยงในบ่อปูนหรือบ่อดิน
3. ให้อาหารกบได้ง่ายและทั่วถึง ไม่เปลืองอาหาร
4. ควบคุมโรคได้ง่าย ถ่ายน้ำสะดวก และใช้น้ำน้อยกว่า
5. นำมารับประทานได้ , เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว , ลดภาวการณ์เกิดน้ำเสีย , ง่ายต่อการผลิต , ลดการเกิดขยะจากขวดน้ำได้ด้วย
6. เหมาะกับผู้เริ่มทดลองเลี้ยงเพื่อศึกษา ไม่หวังผลกำไร หรือเลี้ยงเล่นๆ 5 วัน หรือ 10 วัน สนุกๆ เป็นต้น

ข้อเสีย
1. ยากต่อการสังเกตและดูแล หากเลี้ยงในปริมาณมากๆ
2. ไม่เหมาะกับการเลี้ยงจริงจังเชิงพาณิชย์ ที่ต้องมีปริมาณผลผลิตต่อเดือนสูง
3. ไม่สะดวก และเสียเวลามากๆ เมื่อเทียบกับผลผลิตที่ได้รับ ขาดทุนเวลา
4. ไม่คุ้มค่าเวลาเลี้ยง เหน็ดเหนื่อยกว่าปกติ ไม่มีกำไร เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน ไม่คุ้มค้า
หมายเหตุ
ทางฟาร์ม ไม่เคยเลี้ยงกบในขวดพลาสติก อย่างจริงจังมาก่อน ข้อมูลด้านบนได้รวบรวมมาจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้ท่านได้ศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น

http://www.obobfarm.com/FrogFarm/?p=31



การเลี้ยงกบในขวดพลาสติก

ลุงค่อย อินแพง เกษตรกรวัย 50 ปีเศษ ชาวบ้านหมู่ 9 ต.ร่มเมือง อ.เมือง จ.พัทลุง กล่าวว่า ได้เลี้ยงกบแบบปล่อยเลี้ยงในบ่อ แต่กบกลับโตช้า และลำตัวมีขนาดเล็ก-ใหญ่ไม่เท่ากัน เพราะต่างแย่งอาหารกัน จึงคิดทดลองเลี้ยงกบในขวดพลาสติก เนื่องจากมองว่าน่าจะตัวใหญ่เพราะไม่มีการแย่งอาหารกัน

“ผมเลือกขวดพลาสติกชนิดเหลี่ยม ขนาด 1.25 ลิตร เจาะรูด้านข้างเป็นรูกลมขนาด 2 เซนติเมตร และนำคอขวดน้ำพลาสติกชนิดกลมมาเสียบ นำมุ้งมาคลุมด้านบน รัดด้วยยางเส้นกันกบกระโดดออก ให้อาหารสำเร็จรูปวันละ 2 มื้อ เปลี่ยนถ่ายน้ำ 2 วันครั้งไป 15 วัน เปลี่ยนอาหารเป็นอาหารกบรุ่น พอได้ 1 เดือนให้อาหารกบใหญ่ 2-3 เดือนก็จับขายได้”

จากการทดลองเลี้ยงกบที่ได้มีขนาด 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม โดยส่งขายตามร้านขายอาหารกิโลกรัมละ 80 บาท หากชำแหละจะขายกิโลกรัมละ 100 บาท

“การเลี้ยงจะเป็นแบบโรงเรือนโดยทำเป็นชั้นๆ เพื่อวางขวดเป็นแถว เปิดโรงเรือนให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยผมจะเลี้ยงเป็นรุ่น รุ่นละ 100 ตัว ถ้าต้องการให้โตเร็วควรเลี้ยงกบตัวเมีย”

นอกจากช่วยเสริมรายได้ให้ครัวเรือนแล้ว ยังสามารถนำขวดพลาสติกเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าอีกด้วย หากเกษตรกรท่านใดที่สนใจดูวิธีการเลี้ยงก็ติดต่อไปได้ที่บ้าน หรือโทร. 08-7299-2826

http://news.enterfarm.com/การเลี้ยงกบในขวดพลาสติ.html



เพลงของท่าน Beethoven เป็นเพลงเดี่ยว Piano ที่ไพเราะมาก บ้านเราเอามาใส่เนื้อเรื่องในเพลงโฆษณา กระทิกล่อง ยี่ห้อหนึ่ง และโฆษณาบ้านก็เอามาใช้

ลองฟังดูครับ เพลงแบบบรรเลงเดี่ยวจะฟังง่าย กว่าเป็นวงใหญ่

และอีกเพลงเป็นของท่าน โชแปง ผู้ซึ่งชำนาญในการประพันธ์เพลงกับ Piano


Pathetique Adagio Cantabile - Beethoven


Chopin: Waltz in C#