ข่าวประชาสัมพันธ์ นักศึกษา ป.ตรี

-- หลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สาขาสุขภาพชุมชน และ สาขาการจัดการการเกษตรยั่งยืน เรียน 3 ปี จบ รับผู้จบ ม.6 ทุกสาขา ไม่จำกัดอายุ 60ปี ก็เรียนได้ ผู้ที่ยังไม่จบ ม.6 สามารถลงทะเบียนเรียนได้ สองรายวิชา

-- หลักสูตร ป.ตรี -- หลักสูตรแบบบูรณาการ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม จิตใจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง หลักสูตรสำหรับผู้ใหญ่ แห่งเดียวของไทย ไม่เรียนแบบท่องหนังสือไปสอบ

--- ผู้ที่สนใจเรียนกับ ม.ชีวิต สามารถแจ้งความจำนงเพื่อจะสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ปี 2558 ที่ศูนย์ขอนแก่น โทร.087-823-3149 ทั้ง ป.ตรี และ ป.โท

---------------------------------

ข่าวประชาสัมพันธ์ นักศึกษา ป.โท

-- หลักสูตร ป.โท -- หลักสูตรที่ให้คิดแบบเชิงระบบ (System Thinking) ขับเคลื่อนทั้งองคาพยพ (Organism) สร้างนักยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน (Sustainable)

------ต้องการเรียน ป.โท ที่ จ.มหาสารคาม โทร.082-315-3500

-- ผู้สนใจศึกษาต่อ สามารถแจ้งความจำนงไว้ได้โดยกรอก ชื่อ-สกุล, อีเมล์, เบอร์โทรศัพท์ ที่ช่องส่งเมล์ ด้านขวามือ



- จ.ขอนแก่น เปิดศูนย์ที่ อ.เมือง,เขาสวนกวาง,กระนวน,ภูเวียง,ภูผาม่าน เท่านั้น จังหวัดใกล้เคียงได้แก่ มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, สกลนคร, นครราชสีมา, ชัยภูมิ-อ.คอนสาร เท่านั้น ที่อื่นนอกจากนี้ไม่ใช่ศูนย์ของ ม.ชีวิต ดูข้อมูลเพิ่มเติมของสำนักงานใหญ่ และหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์อื่นทั่วประเทศได้ที่แถบด้านขวามมือ


เพลงนิทานแผ่นดิน
ศ.นพ.ประเวศ วะสี แนะนำ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

facebook

facebook
คลิ๊ก: ข่าวสารและภาพกิจกรรม ป.โท ขอนแก่น-ชัยภูมิ

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

กาแฟ หอม อันตราย จริงหรือ


กาแฟ..หอม..อร่อย..อันตราย!!

เคยได้ยินหรือไม่ว่า การดื่มกาแฟวันละแก้ว เพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณติดสารเสพติด?

กาแฟ เครื่องดื่มยอดนิยมที่สุดบนพื้นพิภพ ถูกศึกษาและวิเคราะห์ในเกือบทุกประเทศทั่วโลกที่มีสถาบันวิจัย ในแง่ของคุณภาพและผลพวงต่อมนุษย์ เรียกได้ว่าไม่นานหลังจากถูกค้นพบ กาแฟก็กลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันทั่วไป

ตัวอย่างเช่นในปี 1679 ดร. คอมโบแห่งมหาวิทยาลัยมาร์เซย์ส กล่าวว่าเครื่องดื่มชนิดนี้มีอนุภาคที่ถูกเผาผลาญจำนวนมาก ซึ่งมีพลังถึงขั้นที่สามารถทำลายน้ำเหลืองทั้งหมดและทำให้ไตเหือดแห้ง อนุภาคดังกล่าวยังสามารถสกัดกั้นน้ำที่ไปหล่อเลี้ยงสมอง ทำให้ผู้ดื่มหมดแรง เป็นอัมพาตและหมดสมรรถภาพทางเพศ

กว่า 300 ปีมาแล้วนับจากการวิเคราะห์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี จนวันนี้ นักวิจัยยังคงไม่ยอมวางมือจากการศึกษาค้นคว้าถึงพิษภัยของกาแฟ

จากข้อมูลของโรแลนด์ กริฟฟิตส์แห่งสถาบันจอห์น ฮอปกินส์ ระบุว่า การดื่มกาแฟวันละหนึ่งแก้วเพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ดื่มติดสารเสพติด โดยกริฟฟิตส์อ้างอิงอาการ อาทิ ปวดศรีษะและปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า การขาดสมาธิ และการคลื่นไส้วิงเวียนอันเกิดจาก ‘การเลิก’ คาเฟอีน ที่พบในคนครึ่งหนึ่งที่เคยดื่มกาแฟเป็นประจำ
นักวิจัยผู้นี้จึงแนะนำว่า ควรใส่การติดกาแฟไว้ในรายชื่อโรคทางกายและสุขภาพจิตที่เกิดจากการเสพติดลงไปด้วย

ทั้งนี้ คาเฟอีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกาแฟ เป็นสารกระตุ้นที่อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและชีพจรเต้นเร็วขึ้นชั่วคราว นี่เองที่เป็นสาเหตุให้ผู้ที่มีความเครียดสูงและผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจ ได้รับคำแนะนำให้งดเว้นการดื่มกาแฟ

นักวิจัยจากโรงพยาบาลเฮนรี ดูแนนท์ในเอเธนส์ ประเทศกรีซ เชื่อว่า กาแฟเพียงวันละ 1 แก้วสามารถทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากจะทำให้ระดับคาเฟอีนในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น ผนังหลอดเลือดหนาขึ้น และความดันโลหิตสูงขึ้น

ทว่า สำหรับแพทย์โรคหัวใจของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซูริก สวิตเซอร์แลนด์ กลับระบุว่า กาแฟทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นเฉพาะผู้ที่นานๆ ดื่มทีเท่านั้น แต่พวกคอกาแฟที่ซดกันวันละ 2-3 แก้วปลอดภัยหายห่วงจากเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน วอลเตอร์ วิแลตตีจากบอสตัน ได้ทำการทดลองเพื่อหาความเป็นไปได้ของความเกี่ยวพันระหว่างการดื่มกาแฟกับโรคโลหิตจาง ด้วยการติดตามสุขภาพพยาบาล 85,747 คนจากปี 1980-1990 โดยผลปรากฏว่า ไม่พบความเกี่ยวโยงใดๆ ระหว่างสองสิ่งดังกล่าว อย่างน้อยในหมู่ผู้หญิง อีกทั้งพบว่า ถึงดื่มกาแฟวันละ 6 แก้วก็ไม่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโลหิตจางเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

กาแฟมีทั้งคุณและโทษเช่นเดียวกับอีกหลายสรรพสิ่งในโลก ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลว่าต้องการเลือกสิ่งใดให้ตัวเอง และต่อไปนี้คือข้อดีอื่นๆ ของกาแฟ

กาแฟดีต่อถุงน้ำดี (ลดความเสี่ยงในการเป็นนิ่ว เนื่องจากคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี)

กาแฟดีสำหรับผู้ป่วยโรคหอบ เพราะช่วยขยายทางเดินหายใจ

กาแฟปกป้องตับจากอันตรายของแอลกอฮอล์ และลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับ

กาแฟช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะ

กาแฟเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคร้ายมากมายหลายอย่าง


ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 28



ดื่มกาแฟ"กี่แก้ว"จึงไม่อันตราย

ตามผลวิจัยเรื่องกาแฟ ชี้ว่ามีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่หัวใจของการดื่มกาแฟที่จะสร้างประโยชน์แก่ร่างกายต้องอยู่ที่ความพอดี ไม่มาก ไม่น้อย

สำหรับชาวอิตาลี การดื่มกาแฟเอสเปรสโซ่วันละ 7 แก้ว อาจถูกพิจารณาว่า "เด็กๆ ชิลๆ" ส่วนนักร้องชาวอังกฤษอย่างร็อบบี้ วิลเลี่ยมส์ ก็อาจเห็นว่า 7 แก้วเหรอ "หมูมาก" เพราะมีรายงานว่าเขามีนิสัยดื่มกาแฟวันละ 36 แก้ว

แต่สำหรับสาววัยรุ่นอังกฤษวัย 17 ปี อย่างแจสมิน วิลลิส แล้ว เอสเปรสโซ่แก่ๆ 7 แก้ว กลับทำให้เธอ "โอเวอร์โดส" คือมากเกินกว่าร่างกายจะรับไหว เพราะทำให้เธอปวดแสบปวดร้อนหน้าอกไปหมด, ร้องไห้และหัวเราะในเวลาเดียวกัน, เหงื่อแตกและต้องหายใจถี่เพื่อสูดออกซิเจนให้เพียงพอ

อังกฤษเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษจึงแนะนำให้ประชาชนดื่มกาแฟเอสเปรสโซ่ไม่เกินวันละ 5 แก้ว หรือหากเป็นกาแฟสำเร็จรูปก็ไม่ควรเกิน 7 แก้วต่อวัน เพราะว่ากาแฟชนิดที่ต้องใช้หม้อต้มหรือต้องชงด้วยการกรองด้วยฟิลเตอร์นั้น มีปริมาณกาเฟอีนสูงที่สุด โดย 1 เหยือกมีประมาณ 120 มิลลิกรัม ในขณะที่กาแฟสำเร็จรูป (กาแฟที่ตักจากขวดหรือเทจากซองเติมน้ำร้อนดื่มได้เลย) มีปริมาณกาเฟอีน 75 มิลลิกรัม

ถ้าดื่มมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการตั้งแต่นอนไม่หลับ อยู่ไม่สุข กระสับกระส่าย ตื่นเต้นเกินเหตุ คลื่นไส้ อ้วก เป็นต้น

http://www.healthcorners.com

อันตรายจากกาแฟ

คาเฟอิน ( Caffeine ) เกือบทุกคนรู้จักและเคยบริโภคกันมาแล้วแต่อาจบริโภคในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป โดยอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของพืชที่นำมาใช้ทำเครื่องดื่มบางอย่างเช่น ชา กาแฟ หรืออาจใช้เป็นตัวยาสำคัญโดยเฉพาะยาแก้ปวดลดไข้ที่ทำเป็นซอง นอกจากนี้ยังนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มชูกำลังและจากสาเหตุในชีวิตประจำวันที่ผู้บริโภคต้องมาเกี่ยวข้องกับสารเคมีตัวนี้ โดยอาจบริโภคเข้าไปด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตามผู้บริโภคควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ คาเฟอินเพื่อว่าในการบริโภคครั้งต่อไปจะได้ขึ้นอยู่กับเหตุผล มิใช่บริโภคเพราะความไม่รู้หรือถูกชักจูงให้เกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากอิทธิพลต่างๆได้

คาเฟอินเป็นอันตรายหรือไม่เป็นคำถามที่ผู้บริโภคสนใจ โดยทั่วไปผู้บริโภคคาเฟอินในขนาดค่อนข้างสูง คือประมาณ 1 กรัมต่อวันซึ่งเท่ากับดื่มกาแฟ 10 ถ้วยขึ้นไป ติดต่อกันอาจเกิดอาการที่เรียกว่า “คาเฟอินิสม” (Caffeinism ) ซึ่งมีลักษณะอาการคล้ายผู้ป่วยโรคประสาทชนิด วิตกกังวล หงุดหงิด ฉุนเฉียว และตื่นตกใจง่าย มือสั่นและกล้ามเนื้อกระตุกในบางครั้ง นอน ไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว ปัสสาวะมาก บางรายอาจเกิดอาการชักซึ่งเป็นผลเนื่องจากการออกฤทธิ์ของคาเฟอิน ถ้าติดต่อกันในขนาดค่อนข้างสูงนานๆ หากหยุดทันทีจะเกิดอาการถอนยาซึ่งมีลักษณะคล้ายอาการของโรควิตกกังวลหรือผู้ป่วยบอกว่าปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นจากการดื่มกาแฟและควรจะหายไปเองเมื่อได้หยุดคาเฟอิน

ผลที่กระทบระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายที่เกิดจากคาเฟอินสรุปได้ดังนี้

- ขับปัสสาวะมากขึ้น

- กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ

- กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง

- ผ่อนคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อเรียบ

- กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร

- เพิ่มระดับกรดไขมันอิสระและน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด

กล่าวคือคาเฟอินเป็นตัวยาชนิดหนึ่งที่มีการออกฤทธิ์ทางยาต่อระบบสมองส่วนกลางซึ่ง คุณลักษณะดังกล่าวทำให้คาเฟอินถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันในรูปของ เครื่องดื่มเช่น ชา กาแฟ โกโก้ และเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆ จนกระทั่งยาประเภทแก้ปวดลดไข้ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับคาเฟอินอยู่ที่ปริมาณรวมของคาเฟอินที่เราได้รับเข้าไปในแต่ละวันถ้าบริโภคมากเกินกว่าที่คาดคิดกันก็จะก่อให้เกิดอันตรายได้ดังนั้นจึงควรระวังในการใช้ให้มาก

http://www.lannapoly.ac.th/health/healthda...roject/food.htm


LU KK --- ผมจะดื่มกาแฟวันละสองแก้ว เช้าและบ่าย อาการหัวใจเต้นเร็วขึ้น ก็คงเป็นเรื่องปกติของการกินกาแฟ แต่ถ้าเต้นแรงเกินไปก็ต้องไปตรวจหัวใจว่าเป็นยังไง และจมูกจะรับกลิ่นไวมากขึ้น ไม่ว่ากลิ่นจะหอมหรือเหม็นก็จะรับกลิ่นนั้นไปเต็มๆเลย เช่น กลิ่นไอเสียรถ หรือ กลิ่นน้ำหอม

สำหรับในตอนเช้าจะทำให้สดชื่น กระปี้กระเป่า ถ้าเป็นวันที่ต้องไปทำงานก็ต้องได้ดื่มก่อนเริ่มงาน ส่วนตอนบ่าย ถ้าไม่ได้ดื่มจะง่วงนอน กินข้าวแล้วก็อยากจะนอน ถ้าชงด้วยน้ำตาลทราย หัวใจจะเต้นแรงกว่าการชงด้วยน้ำตาลเทียม คงเพราะน้ำตาลทรายทำให้คาเฟอีนเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่า

และถ้าไม่ได้ดื่มตอนบ่าย จะต้องมองหาว่ามีเซเว่นหรือป่าว หรือจะซื้อกาแฟที่ไหนได้ คือ ต้องหาดื่มให้ได้ถ้าทำได้ ถ้าไม่ได้ดื่มเลยทั้งวันตั้งแต่เช้า บางครั้งจะปวดหัวนิดหน่อย และจะกังวลว่าทำยังไงจะได้กินกาแฟ อันนี้คงเป็นอาการติดแล้วหละครับ

ช่วงนี้ ตอนบ่ายพอกินกาแฟเข้าไป จะรู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงกว่าปกติ จึงจะชงด้วยน้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลทรายแดง แต่จากหัวข้อเรื่องน้ำตาลก่อนหน้านี้ บอกน้ำตาลเทียมก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ก็เลยต้องใช้น้ำตาลทรายแดงชงมากกว่าน้ำตาลเทียม และผมเป็นคนกินหวาน น้ำตาลก็ต้องสามช้อนเป็นอย่างน้อย กาแฟสอง ครีมสามช้อน นี่ยังไม่ได้หาข้อมูลในเรื่องของครีมเทียม ณ วันนี้โดยมากครีมเทียมจะเป็นประเภทคอเลสเตอรอลต่ำเกือบหมดแล้ว เรื่องไขมันก็น่าจะ OK

ผมยังกินเนื้อวัวอยู่ เช่น ก๊วยเตี๋ยวเนื้อ หรือ เนื้อย่าง แต่ถ้ากินข้าวที่บ้านจะไม่ได้กินเพราะแม่ไม่กินเนื้อวัว และคนแก่ ถ้ากินเนื้อวัวจะย่อยยากมาก คือ ให้กินเนื้อวัว เนื้อหมู น้อยลง ผมทำได้นะ

แต่ไม่ให้กินกาแฟนี่ ไม่ได้เลย ต้องวันละสองแก้วเป็นอย่างน้อย แก้วที่สามจะมาเมื่อ เพื่อนโทรมาตามตอนดึกๆ อะครับ.... ทำไมเพื่อนไม่หลับไม่นอน

.. ..


Korean Diva "choo Hyun Mi"


"Yukitzerino" A Japanese Enka Song


ลองฟังเพลง ลูกทุ่งเกาหลี และญี่ปุ่น ดูว่า สำเนียงต่างจากของบ้านเรายังไงบ้าง



สมัครสมาชิกฟรี
1loveshopping
สินค้า 2,000 รายการ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น